spacer.png, 0 kB
Home
152.เป็นโรคไตกินจีจีสไปรูลิน่าไม่ได้ผล พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย Administrator   
Saturday, 17 May 2008

    คุณไพบูลย์ วังแก้ว(081-8562402) อายุ 54 ปี  เล่าให้ผมฟังทางโทรศัพท์เมื่อ 16/5/51 ว่าป่วยเป็นโรคไตมานานจนต้องเข้ารับการฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง  แพทย์จ่ายยา 3-4 ชนิดให้กินทุกวัน ได้ซื้อ จีจี สไปรูลิน่าไปกิน วันละ 12 เม็ด (หลังอาหารมื้อละ 4 เม็ด) กินอยู่ประมาณ 2 เดือน ไม่รู้สึกว่าแตกต่างหรือดีขึ้นกว่าเดิม
เกรียงศักดิ์  ศิริแสงเลิศ
 17/5/51
หมายเหตุ
    เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับฟังผลของสาหร่ายทางด้านลบ อาจจะมีมากกว่านี้ เพราะคนไม่อยากจะบอก เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์อะไร อาจได้รับความโกรธตอบแทน ผมขอร้อง ให้บอกเข้ามามากๆ ผมยินดีจะเขียนลงให้  ผมอาจเหมือนกับหลายคนที่ "ชอบคำติมากกว่าคำชม " เพราะคำติ ทำให้เราปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้  ด้วยความสัตย์จริง ผมขอขอบคุณคุณไพบูลย์ ผมจะขอบคุณทุกคำติ ทำให้ผมต้องค้นคว้า วิเคราะห์หาความจริง
      ทำไมรายของคุณสุจิรา แสงทอง ได้ผลดีมาก รายของคุณไพบูลย์ วังแก้ว ไม่ได้ผล ทั้งที่คุณไพบูลย์อายุน้อยกว่ามาก  ทั้งๆที่ผลงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์  2 คณะ (Y.Yamane และคณะ พ.ศ. 2531 และ H.Fukino และคณะ พ.ศ. 2533 )รายงาน สอดคล้องกันว่า สาหร่ายสไปรูลิน่าให้ผลดีต่อไต
ผมวิเคราะห์อย่างนี้
1ขนาดที่ให้กิน
    .เนื่องจากสาหร่ายสไปรูลิน่าเป็นอาหารเข้ มข้น มีสารอาหารหลากหลายชนิด ไม่ใช่ยา  จึงกำหนดขนาดให้กินเหมือนยาไม่ได้  ยาให้กินตามน้ำหนักตัวและอายุ อาหารให้กินตามสภาวะความต้องการของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ยกตัวอย่าง เช่น
คน 2 คน อายุและน้ำหนักตัวเท่ากัน  คนหนึ่งไม่ได้ทำงาน อีกคนหนึ่งทำงานหนัก  คนหลังต้องกินอาหารมากกว่า เพราะใช้กำลังมากกว่า แต่ถ้าทั้งสองคนไปพบแพทย์ด้วยโรคเดียวกัน  แพทย์จะจ่ายยาให้เท่ากัน
    กรณีนี้คุณไพบูลย์กินสาหร่ายน้อยกว่าคุณสุจิรา ซึ่งคุณไพบูลย์อาจต้องการอาหารมากกว่าคุณสุจิรา
2.อายุ  
    คุณสุจิราอายุมากกว่าคุณไพบูลย์มาก น่าจะขาดสารอาหารมากกว่า แต่ทำไมได้ผล อาจเป็นเพราะ คุณสุจิรา  ไม่ต้องทำงาน  คือไม่มีความเครียดเรื่องอื่นนอกจากโรคไตที่ตนเองเป็นอยู่ ส่วนคุณไพบูลย์ยังอยู่ในวัยทำงาน คงจะมีความเครียดมากกว่า
    คนอายุมากกว่าน่าจะต้องกินมากกว่า และคนที่มีความเครียดมากกว่า น่าจะต้องกินมากกว่า เช่นกัน
3.อาหารที่รับประทานทุกวัน
    ผมไม่มีข้อมูลของทั้งสองท่านเลย  อาหารที่มีสารปนเปื้อน หรือยารักษาโรคต่างๆที่ทำให้ทั้งสอง ท่านเป็นโรคไต ทั้งสองท่านมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องอาหารการกินอย่างไรหรือไม่ ผมไม่มีข้อมูล   สมมุติว่า คนหนึ่งปลูกผักกินเอง อีกคนหนึ่งซื้อผักจากตลาด  คนหลังย่อมเสี่ยงที่จะรับสารเคมีมากกว่า  จึงควรกินสาหร่ายมากกว่า
    สรุปคือ ปริมาณของสาหร่ายขึ้นอยู่กับบุคคล   ต้องสังเกตุตนเอง คอยปรับปริมาณที่กิน  ถ้ากินแล้วรู้สึก ดีขึ้นก็ลองลดปริมาณลง จะเป็นปริมาณเฉพาะตนของเรา ในภาวะสภาพร่างกายตอนนั้น  ถ้าวันใดมีภาวะเครียดมาก ก็ควรต้องกินมากขึ้น เช่น  ต้องดื่มเหล้า หรือต้องทำงานหนัก หรือต้องอยู่ดึก อดนอน ขับรถทางไกล หรือรู้สึกไม่ค่อยสบายจะเป็นไข้  เป็นต้น ถ้ากินไปแล้ว เพียง 7 วัน สังเกตตนเองไม่ดีขึ้น ควรเพิ่มปริมาณขึ้น   ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน  เพราะสุขภาพสำคัญที่สุดในชีวิต  คุณภาพชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันมีค่ามาก คิดเป็นตัวเลขไม่ได้  ผมอยากให้ทุกคนที่ผมรู้จักมีสุขภาพดีเป็นเรื่องหลัก เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง

    สำหรับคุณไพบูลย์ ขนาดที่รับประทานคงจะน้อยไป  เพราะใกล้เคียงกับคนปกติ  แต่จะเป็นเท่าไหร่ นั้นต้อง ทดลองเอง  เพราะสภาวะ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน   สมมุติว่าหลังคาบ้านถูกพายุพัดไป ถ้าเราซื้อกระเบื้องมุงหลังคามาไม่พอ ก็ซ่อมหลังคาไม่เสร็จ  ท่านหนึ่งเป็นโรคเอดส์ ท่านเปิดเผยกับผมว่า รับประทานวันละ 60 เม็ด มีชีวิตปกติ คือภูมิคุ้มกันที่ถูกทำลายไปจะถูกสร้างขึ้นมาทดแทนได้ทัน กินมากไม่อันตราย เพราะ ไม่มีสารอะไรที่จะสะสมเป็นพิษต่อร่างกาย

จากผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก จากประสบการณ์ของผู้คนมากมาย ผมมั่นใจว่า สาหร่ายสไปรูลิน่านี้ เป็นอาหารที่ดีกับไต  

เกรียงศักดิ์  ศิริแสงเลิศ  083-793 9595   086-369 5352

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 18 January 2011 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

Latest News

 
spacer.png, 0 kB